หมายเหตุ บรรณาธิการ
คำพูดของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่กล่าวกับนักจิตวิทยาว่า
“หนูรู้สึกดีมากเลยค่ะที่สามารถเล่าความรู้สึกที่แท้จริงของหนู
ให้ใครสักคนฟัง หนูไม่เคยเล่าเปิดอกแบบนี้กับใครเลย
หนูไม่สามารถพูดเรื่องแบบนี้กับพ่อหรือแม่ของหนูได้เลยค่ะ”
นั้นบ่งบอกได้ดีว่าพ่อ แม่ ครู หรือผู้ปกครอง และลูกมีช่องว่างระหว่างกัน
มีความไม่เข้าใจทำให้ไม่มีการเปิดใจซึ่งกันและกัน
ทำไมลูกของเราจึงไม่ยอมเปิดเผยความในใจกับผู้ใหญ่
ทำไมความหวังดีของพ่อกับแม่หรือผู้ปกครองจึงทำให้
ความสัมพันธ์ห่างออกไปทุกที ทั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าวิธีการเลี้ยงดูลูก
และทัศนคติของพ่อแม่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง พวกเขาต้องพัฒนาตนเอง
ให้มีจิตวิทยาในการเลี้ยงลูก เฉกเช่นนักจิตวิทยามืออาชีพ
หลักการสำคัญคือ จริง ๆ แล้วพ่อแม่หรือผู้ปกครองเป็นเพียง
คนธรรมดาที่มีค่านิยมของตัวเองและไม่ยัดเยียดค่านิยมเหล่านั้นให้ลูก
เพียงแสดงตัวอย่างที่ดีให้เด็กเห็น โดยรับฟังเชิงรุกมากขึ้น
พูดกับเด็กด้วยท่าทีแสดงการยอมรับ เปิดโอกาสให้เขาเป็นตัวของตัวเอง
ให้เขาได้เรียนรู้จากความผิดพลาด และไม่ใช้อำนาจของความเป็นพ่อแม่
แต่จะให้สิทธิเท่าเทียม ทำให้ลูกเปิดใจรับฟังคำสอนมากขึ้น
เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคนในครอบครัว
หนังสือ “P.E.T. คู่มือสอนพ่อแม่ ให้มีจิตวิทยาที่ดีในการเลี้ยงลูก
วัยเด็กและวัยรุ่น ให้มีวินัยและความรับผิดชอบ - ฉบับปรับปรุง”
แปลจากหนังสือ PARENT EFFECTIVENESS TRAINING
หรือ P.E.T. ที่มียอดขายมากกว่า 4 ล้านเล่ม ทั่วโลก
เขียนโดย ดร.โทมัส กอร์ดอน ผู้ซึ่งนำหลักจิตวิทยามาสอน
พ่อ แม่ ครู หรือผู้ปกครอง ให้มีวิธีการเลี้ยงดูลูกอย่างมีประสิทธิภาพ สำนักพิมพ์ บี มีเดีย มีความภูมิใจที่ได้นำเสนอ หนังสือดี เล่มนี้
เพื่อให้ท่านได้ประยุกต์นำวิธีการต่าง ๆ ไปเปลี่ยนแปลงชีวิต
เด็กทุกคนทุกวัยให้มีชีวิตที่ดีขึ้นตลอดไป เพราะหนังสือดีเล่มนี้ เปลี่ยนแปลงชีวิตท่านและคนที่ท่านรักได้
สมชัย เบญจมิตร
สารบัญ
เกี่ยวกับผู้เขียนและผู้แปล 4 หมายเหตุบรรณาธิการ 5 บทนำ 11 1 พ่อแม่ถูกตำหนิว่าเลี้ยงลูกไม่ดี แต่ไม่เคยมีใครสอนพวกเขาว่า การเป็นพ่อแม่ที่ดีนั้นเป็นอย่างไร 15 2 จริง ๆ แล้ว พ่อแม่ก็เป็นเพียงคนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง 27 - ทำความเข้าใจกับหลักการ “การยอมรับ” - ไม่ว่าพ่อแม่จะพยายามอย่างไร ก็ไม่เสมอต้นเสมอปลาย - พ่อกับแม่ไม่จำเป็นต้องอยู่ฝ่ายเดียวกันตลอดเวลา - การยอมรับแบบไม่จริงใจ - คุณสามารถยอมรับในตัวเด็ก แต่ไม่ยอมรับพฤติกรรมของเขาได้หรือไม่ - ความหมายของการเป็น “พ่อแม่ธรรมดา ๆ” - ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นของใคร 3 วิธีรับฟังเด็ก เพื่อให้เขาพูดกับเราอย่างเปิดใจ : วิธีใช้ภาษาที่แสดงการยอมรับในตัวเขา 48 - ความสำคัญของ “ภาษาที่แสดงการยอมรับ” - พ่อแม่ต้องทำให้เด็กเห็นว่าตัวเขาได้รับการยอมรับ - วิธีแสดงการยอมรับโดย “ไม่ใช้การพูด” - วิธีแสดงการยอมรับโดยการใช้ “การพูด” - “การพูด 12 แบบ” ที่ปิดกั้นการสื่อสาร นั้นเป็นอย่างไร - วิธีพูดที่ช่วยให้เด็ก “พูดอย่างเปิดอก” กับพ่อแม่ - วิธีการฟังเชิงรุก (Active Listening) - ทำไมพ่อแม่จึงต้องใช้วิธีการฟังเชิงรุก - ทัศนคติที่พ่อแม่พึงมีในการใช้วิธีการฟังเชิงรุก - ความเสี่ยงของการใช้วิธีการฟังเชิงรุก 4 วิธีนำ “การฟังเชิงรุก” มาใช้ปฏิบัติจริง 85 - เมื่อใดที่เด็ก “เป็นเจ้าของปัญหา” - พ่อแม่ต้องทำอย่างไรเพื่อให้การฟังเชิงรุกใช้ได้ผลดี - เมื่อใดที่พ่อแม่ควรใช้การฟังเชิงรุก - ความผิดพลาดที่พบได้บ่อยในการใช้วิธีการฟังเชิงรุก 5 วิธีรับฟังสิ่งที่เด็กเล็กที่ยังพูดไม่ได้ สื่อออกมา 121 - ความต้องการและปัญหาของเด็กทารกเป็นเช่นใด - ทำความเข้าใจกับความต้องการและปัญหาในเด็กทารก - ใช้วิธีการฟังเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือเด็กทารก - ปล่อยให้เด็กตอบสนองความต้องการของตนเอง 6 พูดอย่างไรจึงจะทำให้เด็กรับฟังคุณโดยไม่ต่อต้าน 129 - เมื่อพ่อแม่ “เป็นเจ้าของปัญหา” - วิธีการที่ “ไม่เหมาะสม” ในการพูดกับลูกเมื่อมีปัญหา - วิธีพูดที่ดีในการพูดกับเด็ก - ทำความเข้าใจและเรียนรู้หลักการของ You-Message และ I-Message - ส่วนประกอบสำคัญของ I-Message - แล้วทำไมการใช้ I-Message จึงมีประสิทธิภาพ 7 การนำวิธี I-Message มาใช้ปฏิบัติจริง เพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึกที่ดี 153 - มี You-Message แฝงอยู่ในคำพูด I-Message - การใช้ I-Message ส่งผลดีอะไรบ้าง - วิธีใช้ “ภาษาที่ไม่ใช้การพูด” แบบ I-Message กับเด็กเล็ก - ปัญหาที่เกิดจากการใช้ I-Message - การใช้ I-Message แบบอื่น ๆ - วิธีใช้ I-Message เพื่อป้องกันหรือหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหา - I-Message สามารถนำมาซึ่งวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างไร 8 วิธีเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็ก ด้วยการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัวของเขา 174 9 เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างพ่อแม่และลูก ใครควรจะเป็นผู้ชนะ 182 - ใครแพ้ใครชนะระหว่างเด็กกับพ่อแม่ - วิธีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแบบเดิม ๆ 2 วิธี (แบบมีผู้แพ้-ชนะ) - ทำไมวิธีที่ 1 จึงไม่มีประสิทธิภาพ - แล้วทำไมวิธีที่ 2 จึงไม่มีประสิทธิภาพ - ปัญหาเพิ่มเติมของการใช้วิธีที่ 1 และ วิธีที่ 2 10 อำนาจของการเป็นพ่อแม่ ถูกต้องและจำเป็นที่จะต้องใช้จริงหรือ 199 - ‘อำนาจของพ่อแม่’ คืออะไรและมีความหมายว่าอย่างไร - ข้อจำกัดของการใช้อำนาจความเป็นพ่อแม่ - อำนาจของพ่อแม่จะค่อย ๆ หมดไป เมื่อเด็กเริ่มพึ่งพาตัวเองได้ - ปีแห่งการเป็นวัยรุ่น - การฝึกด้วยการใช้อำนาจนั้น ต้องมีเงื่อนไขสำคัญ - ผลที่เกิดขึ้น จากการที่พ่อแม่ใช้อำนาจของความเป็นพ่อแม่กับเด็ก - ปัญหาที่ซับซ้อนในเรื่องการใช้อำนาจของพ่อแม่ 11 การแก้ไขความขัดแย้ง ด้วยวิธีที่ 3 ‘วิธีที่ไม่มีผู้แพ้ (No-Lose)’ 229 - ทำไมวิธีที่ 3 จึงเป็นวิธีที่ดีและมีประสิทธิภาพ 12 ความกลัวและความกังวลของพ่อแม่ ต่อการใช้ ‘วิธีที่ไม่มีผู้แพ้ (No-Lose)’ 253 13 การนำ วิธีที่ 3 ‘วิธีที่ไม่มีผู้แพ้’ ไปปฏิบัติใช้จริง 272 - แล้วเราจะเริ่มกันอย่างไร - 6 ขั้นตอนในการใช้ วิธีที่ 3 ‘วิธีที่ไม่มีผู้แพ้’ - การเริ่มใช้ขั้นตอนต่าง ๆ ตามวิธีที่ 3 - ความจำเป็นของการใช้การฟังเชิงรุกและ I-Message - การใช้วิธีการที่ไม่มีผู้แพ้เป็นครั้งแรก - ปัญหาที่พ่อแม่จะต้องพบ - การใช้วิธีที่ไม่มีผู้แพ้สำหรับแก้ปัญหาระหว่างเด็กกันเอง - เมื่อใดจึงเป็นเวลาที่ทั้งพ่อและแม่เข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งนั้น ๆ 14 ทำอย่างไร ไม่ให้ลูกตัดเราจากความเป็นพ่อแม่ของพวกเขา 303 - คำถามเกี่ยวกับเรื่องค่านิยม - คำถามเกี่ยวกับประเด็นสิทธิส่วนบุคคลของเด็ก - แล้วเราจะสอนค่านิยมให้เด็กได้หรือไม่ 15 วิธีการเปลี่ยนแปลงที่ตัวของเรา เพื่อช่วยลดความขัดแย้งในครอบครัว 320 - คุณยอมรับตัวคุณเองมากขึ้นได้หรือไม่ - เด็ก ๆ เป็นลูกของใคร - คุณรักลูกของคุณทุกคนหรือเพียงบางคนบางพฤติกรรมเท่านั้น - ค่านิยมและความเชื่อของพ่อแม่เท่านั้นหรือที่ถูกต้อง - คุณควรให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับสามีภรรยามากกว่าลูกจริงหรือ - พ่อแม่สามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติของตนเองได้หรือไม่ 16 จะทำอย่างไรกับผู้ใหญ่รอบ ๆ ตัวเด็ก ที่ทำหน้าที่เสมือนพ่อแม่ของพวกเขา 333 - ปฏิญาณว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเรา ภาคผนวก 342 1. แบบฝึกหัด เพื่อทดสอบความสามารถในการฟัง เพื่อรับรู้ความรู้สึก ของเด็ก 2. แบบฝึกหัด เพื่อทดสอบการรับรู้คำพูดหรือสาร ที่ใช้ได้อย่าง “ไม่มีประสิทธิภาพ” 3. แบบฝึกหัด เพื่อทดสอบการพูดแบบ I-Message 4. แบบฝึกหัด เพื่อทดสอบในเรื่องการใช้อำนาจของพ่อแม่ 5. การพูด 12 แบบ ที่ปิดกั้นการสื่อสาร : ผลที่เกิดขึ้นจากการใช้วิธีการพูดกับลูก ที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ชอบทำ